เปลี่ยนการแสดงผล th A-AA+

เศรษฐกิจพอเพียงแนวทางการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน

เศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency  Economy)  เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมานานกว่า 25 ปี  ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ   และเมื่อภายหลังเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ   พระองค์ก็ได้ทรงเน้นย้ำแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้นและสามารถดำรงตนอยู่ในสังคมได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน  ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคม 

               การพัฒนาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  เป็นการพัฒนา ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลาง และความไม่ประมาท   โดยคำนึงถึงความพอประมาณ  ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่มีในตัวตนของบุคคล   ตลอดจนการใช้ความรู้อย่างรอบคอบ  และมีคุณธรรมประกอบการวางแผน  การตัดสินใจ และการกระทำ ซึ่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมีหลักการพิจารณาอยู่ 5 ประการด้วยกัน ดังนี้           
1. กรอบแนวคิด   เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดำรงอยู่และการปฏิบัติในทางที่ควรจะเป็น   โดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย   ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา  และเป็นการมองโลกในเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา  มุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤตเพื่อความมั่นคงและความยั่งยืนของการพัฒนา        
       
2.   คุณลักษณะ   เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ  โดยเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลางและการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน 

3.   ค่านิยม   ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย  3 คุณลักษณะประกอบกันดังนี้                                  
3.1   ความพอประมาณ   หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มาก เกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น  เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ 
3.2         ความมีเหตุผล   หมายถึง   การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียง  จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล  โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆอย่างรอบคอบ
3.3         การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว  หมายถึง การเตรียมตัวให้เหมือนรับผลกระทบการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงการความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล 

4.   เงื่อนไข   การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่างๆให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้นต้องอาศัยทั้งความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐานดังนี้                       
4.1 ด้านความรู้   ประกอบด้วยความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านและรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกันเพื่อประกอบการวางแผนและระมัดระวังในการปฏิบัติ                       
4.2 ด้านคุณธรรม   จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วยมีความตระหนักในคุณธรรม  มีความซื่อสัตย์สุจริต  และมีความอดทน  มีความเพียร  ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต 

5.   แนวทางการปฏิบัติ    ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้คือ  การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืนพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้าน  ทั้งด้านเศรษฐกิจ  สังคม  สิ่งแวดล้อม  ความรู้  และเทคโนโลยี             จากกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงดัง กล่าว  สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้น้อมรับและนำไปขับเคลื่อนในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม โดยคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง  ซึ่งได้สร้างกระบวนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในลักษณะของเครือข่ายและระดมพลังจากทุกภาคส่วน  โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มเครือข่าย คือ  กลุ่มเครือข่ายที่ 1 เป็นกลุ่มเครือข่ายที่สนับสนุนตามกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้น  ได้แก่  เครือข่ายด้านการประชาสังคมและชุมชน  และเครือข่ายธุรกิจเอกชน   กลุ่มเครือข่ายที่ 2   เป็นกลุ่มเครือข่ายที่สนับสนุนตามภารกิจ  ได้แก่ เครือข่ายวิชาการ   เครือข่ายสร้างกระบวนการเรียนรู้   และเครือข่ายเผยแพร่ประชาสัมพันธ์     ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงโดยกองอำนวยการความมั่นคงภายใน  ภาค 4     ส่วน แยก 1 ( กอ . รมน . ภาค 4 สย .1) ได้จัดโครงการอบรมการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชน จังหวัดระนองเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม  2549   โดยมี พลตรี วิศิษฐ์  สมานนันตกุล  ผอ . กอ . รมน . ภาค 4 สย .1   เป็นประธานการอบรม   มีแกนนำเยาวชนทั้งในและนอกสถานศึกษาในจังหวัดระนองจากทุกอำเภอ  กิ่งอำเภอ  เข้ารับการอบรมจำนวน  100   คน  รูปแบบของการอบรมเป็นการบรรยายเสริมความรู้เกี่ยวกับโทษและพิษภัยของยาเสพติด   การมืส่วนร่วมของเยาวชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยการแบ่งกลุ่มเยาวชนเพื่อระดมความคิดเห็นและวิเคราะห์ปัญหาที่มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตตลอดจนผลประโยชน์ของชุมชน  อาทิ ปัญหายาเสพติด  ปัญหาความยากจน  ปัญหาผู้มีอิทธิพล  และปัญหาอาชญากรรม  เพื่อแสวงหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาร่วมกัน    พลตรี วิศิษฐ์ได้กล่าวว่า  จำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาชนทุกระดับในแต่ละท้องถิ่นจะต้องร่วมมือช่วยเหลือกันดูแลพัฒนาท้องถิ่นชุมชนของตน  ให้มีความเข้มแข็ง  ปลอดภัยจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ  และมีการรวมพลังเพื่อแสดงออกถึงความรักสามักคี   โดยให้ยึดเอาผลประโยชน์ของส่วนรวมและของชาติเป็นสำคัญ   การจัดกิจกรรมในครั้งนี้นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง  เนื่องจากสถานการณ์ยาเสพติดยังคงเป็นปัญหาด้านความมั่นคงของประเทศ  จึงขอให้ผู้ที่ผ่านการอบรมได้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปพัฒนาเผยแพร่ให้กับสมาชิกในพื้นที่และชุมชนใกล้เคียง ใน อันที่จะนำไปสู่ความร่วมมือช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างเป็นระบบระหว่างภาครัฐ  องค์กรเอกชน และประชาชน   โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ  ครอบครัวอบอุ่น  ชุมชนเข้มแข็ง  สิ่งแวดล้อมยั่งยืน   นอกจากนั้นยังมีโครงการต่างๆอีกมากมายหลายโครงการที่หน่วยงานต่างๆหลายหน่วยงานได้จัดขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง.....

ที่มา : https://www.gotoknow.org/posts/51874

Relate

^